Faang

FAANG คืออะไร : คู่มือการลงทุนในหุ้น FAANG

faang

          นักเขียนพาดหัวข่าวชอบหุ้น FAANG แทบจะเท่ากับที่นักลงทุนชอบ หากคุณค้นหาเคล็ดลับการลงทุนบนอินเทอร์เน็ต คุณอาจจะเคยผ่านตากับบทความอย่างเช่น ‘หุ้น FAANG เผยคม‘ หรือ ‘FAANG ถดถอย: หุ้นชั้นนำหมดคม‘ เป็นต้น

          อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับความฝันของผู้รักการเล่นคำ หุ้น FAANG ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักลงทุนหุ้นรายตัวที่เห็นถึงความนิยมและราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องมีการเติบโตอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ว่าแต่หุ้น FAANG คืออะไรและคุณควรลงทุนหรือไม่ เรามาหาคำตอบกันครับ

หุ้นเทคโนโลยี FAANG คืออะไร

          FAANG คือ ชื่อย่อของบริษัทบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา 5 อันดับแรก ได้แก่

F – Facebook (FB)

A – Amazon (AMZN)

A – Apple (APPL)

N – Netflix (NFLX)

G – Alphabet หรือที่เคยรู้จักในชื่อ Google (GOOG)

          หุ้นกลุ่มนี้ทุกตัวเทรดบนตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นอเมริกาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และรวมอยู่ใน S&P500 Index ซึ่งเมื่อรวมทุกบริษัทในกลุ่ม FAANG แล้ว จะมีสัดส่วนประมาณ 15% ของ S&P500 Index

          FAANG เป็นศัพท์อเมริกันที่ใช้ครั้งแรกโดยบุคลากรในวงการโทรทัศน์นามว่า Jim Cramer ในปี 2013 ซึ่งในรายการ CNBC ของเขา เขากล่าวชื่นชมสี่บริษัท FANG อันประกอบด้วย Facebook, Amazon, Netflix และ Google อย่างมาก อย่าลืมว่าบริษัทเหล่านี้ครอบครองตลาดของตนจนกระทั่งดูเหมือนว่าไม่มีใครจะหยุดยั้งสี่บริษัทนี้ได้ ศัพท์ดังกล่าวใช้ในวงการการลงทุนและในปี 2017 Apple ถูกเพิ่มลงในกลุ่มและตัวย่อขยายจาก FANG เป็น FAANG

          คุณทราบหรือไหมว่า คุณสามารถดูกราฟราคาของตราสารทางการเงินต่าง ๆ เช่นหุ้นกลุ่ม FAANG โดยการดาวน์โหลดแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 ที่ Admiral Markets UK Ltd มอบให้ใช้ฟรี ตามจริงแล้ว คุณสามารถเทรด CFD หุ้นทั่วโลกมากกว่า 3,000 บริษัทและ CFD ETF มากกว่า 300 กองทุนกับ Admiral Markets เพื่อที่คุณจะสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากความเคลื่อนไหวของทุกตลาด 

บริษัทกลุ่ม FAANG เป็นที่รู้จักในเรื่องอะไร

          นักวิเคราะห์ตลาดจำนวนมากถือว่าบริษัทเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ของ S&P500 Index และเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาโดยรวม แต่ละบริษัทเป็นที่รู้จักถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดและการครอบครองตลาดของตน

          ซึ่งจะเห็นอย่างชัดเจนเมื่อเราพิจารณาถึงมูลค่าของบริษัทในกลุ่ม FAANG ซึ่ง ณ เดือนมกราคม 2020 บริษัทในกลุ่มดังกล่าวมีมูลค่าตลาดรวมกันเกินกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้แล้ว เมื่อดูจากประวัติที่ผ่านมา บริษัทกลุ่ม FAANG ทำผลตอบแทนเหนือกว่า S&P500 Index และ Nasdaq ที่เน้นด้านเทคโนโลยี

          อย่างไรก็ตาม อย่างที่นักลงทุนที่ดีทุกคนทราบว่า ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นตัวชี้วัดสำหรับความสำเร็จในอนาคต แต่เนื่องจากการครอบครองตลาดของห้าบริษัทกลุ่ม FAANG ทำให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมนักวิเคราะห์ตลาดจำนวนมากเห็นว่าบริษัทเหล่านี้เป็นการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ หากคุณต้องการทราบผลงานของแต่ละหุ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เราจะมาลงรายละเอียดของผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทกัน

หุ้น Facebook (FB)

          หุ้น Facebook เป็นเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ แต่บริษัทแม่ที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมนี้มิได้ครอบครองแต่เฉพาะแอปเครือข่ายยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังครอบครอง Instagram, WhatsApp และ Messenger อีกด้วย ผลลัพธ์คือ บริษัทสามารถเข้าถึงผู้ใช้ที่มีการใช้งานมากกว่า 2.5 พันล้านคนและทำเงินจากการโฆษณายังผู้ใช้ของตน

          ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมา: หากคุณซื้อหุ้น Facebook ณ ตอนปิดตลาดของวันที่ 31 ธันวาคม 2009 คุณจะได้รับผลตอบแทนเกือบ 450% ณ ช่วงเวลาเดียวกันในทศวรรษต่อมา ซึ่ง ณ เดือนมกราคม 2020 บริษัทประกาศกำไรสุทธิเกินกว่า 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

หุ้น Amazon (AMZN)

          ประวัติความเป็นมาของหุ้น Amazon คือเป็นบริษัทที่มีโปรแกรมสมาชิก Amazon Prime มีสมาชิกมากกว่า 150 ล้านคน (ลูกค้าที่มีการซื้อสินค้า) อีคอมเมิร์ซยังคงเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัท แต่เมื่อไม่นานมานี้ Amazon เริ่มต้นแคมเปญขยายกิจการอย่างทะเยอทะยานในตลาดอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการโฆษณาและการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากผู้ก่อตั้งบริษัทอย่าง Jeff Bezos จะกลายเป็นเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก

          ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมา: นับตั้งแต่ปี 2009 ราคาหุ้น Amazon เพิ่มขึ้นมาเกือบ 1,300% ตอนนี้บริษัทเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากกว่า 120 ล้านผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตน ซึ่ง ณ เดือนมกราคม 2020 Amazon มีรายได้ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 265 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและกำไรสุทธิอยู่ที่ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

หุ้น Apple (APPL)

          ประวัติความเป็นมา: Apple เคยทำสงครามสมาร์ตโฟนกับ Samsung ด้วยทั้งสองแบรนด์ต่างต้องการแย่งชิงความเป็นเจ้าตลาด ซึ่ง Apple เป็นผู้ชนะในสงครามดังกล่าวอย่างชัดเจนและผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายนี้แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน ถึงแม้ว่ายอดขายอุปกรณ์จะยังเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของแบรนด์ แต่ Apple เริ่มให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง เช่น บริการสตรีมมิ่งและเสนอพื้นที่จัดเก็บระบบคลาวด์ เนื่องจากผลกระทบจากการกักตัวอยู่กับบ้าน ระบบนิเวศน์ของ Apple สร้างผู้สนับสนุนแบรนด์ที่แท้จริง ด้วยการเปิดตัว Apple Arcade และ Apple Music เมื่อไม่นานมานี้ ผลกระทบจากการกักตัวอยู่กับบ้านทำให้ Apple เติบโตยิ่งขึ้นในปีที่กำลังมาถึง

          ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมา: นับตั้งแต่ปี 2009 ราคาหุ้น Apple เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 % ซึ่ง ณ ไตรมาสแรกของปี 2020 บริษัทรายงานผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย Apple ประกาศรายได้รวมของไตรมาสแรกของปีอยู่ที่ 91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากนับรวมทั้งโลก รายได้ของ Apple ในปี 2019 จะมากกว่า 260 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

หุ้น Netflix (NFLX)

          ประวัติความเป็นมา: ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ ณ ตอนนี้ แต่ Netflix เริ่มต้นจากบริการส่ง DVD ทางไปรษณีย์ที่เป็นคู่แข่งกับ Blockbuster ยอดนิยม อย่างไรก็ตาม Netflix เริ่มหันมายังบริการสตรีมมิ่งในปี 2007 และประสบความสำเร็จ (ขณะที่ Blockbuster นั้นต้องออกจากตลาดไปอย่างน่าเศร้า) Netflix เริ่มต้นสร้างเนื้อหาของตนในปี 2012 และตอนนี้บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ซื้อภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์รายใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนั้นแล้ว Netflix ยังอวดตัวเลขสมาชิกที่จ่ายเงินรายเดือนทั่วโลกมากกว่า 183 ล้านคนจากกว่า 190 ประเทศ

          ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมา: ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix ทำผลงานได้ดีที่สุดในหุ้นกลุ่ม FAANG และนักลงทุนที่ซื้อหุ้นในปี 2009 จะได้รับผลตอบแทนมากกว่า 4,000% ซึ่ง ณ ไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 บริษัททำผลงานเกินความคาดหมายและมีสมาชิกที่จ่ายเงินเพิ่มขึ้น 8.76 ล้านคนทั่วโลก ทางบริษัทยังประกาศรายได้ 5.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เกินกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ 

Alphabet – อดีต Google (GOOG)

          ประวัติความเป็นมา: Alphabet (บริษัทแม่ Google) เป็นกลุ่มบริษัทในเครือเทคโนโลยีที่ครอบครองผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการลูกค้าจำนวนมาก ตามจริงแล้ว เก้าบริษัทที่ Alphabet ครอบครองต่างอวดจำนวนผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนของตน ซึ่งรวมถึง Android, Chrome, Maps, Search, YouTube และ Gmail

          ผลการดำเนินงานบริษัทที่ผ่านมา: หากคุณลงทุนในหุ้น Google/Alphabet ตอนสิ้นปี 2009 คุณจะได้รับผลตอบแทนเกือบ 350% ในทศวรรษต่อมา บริษัทมีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ณ ไตรมาสสุดท้ายปี 2019 ในรายงานทางการเงินฉบับเดียวกัน Alphabet ประกาศรายได้มากกว่า 46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังประกาศว่าโฆษณา YouTube สร้างรายได้เกิน 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดช่วงปี 2019 ธุรกิจคลาวด์ของ Google สร้างรายได้เกือบ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดทั้งปี ขณะที่ยอดรายได้โฆษณาทั้งหมดของ Google แตะเกือบ 38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเฉพาะ ณ ไตรมาส 4 เท่านั้น นี่เป็นผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาของบริษัทในแง่ของรายได้จากการโฆษณา MO.BET